"ตื๊ด.....ตืว...."

                 "ตื๊ด.....ตื่ว...."  ดนตรีอินโทรเพลง I'm Yours. ร้องดังออกมาจากโทรศัพท์ผม

 

                 พยายามเอื้อมมือไปหยิบ ก่อนที่จะสาดสายตาเพื่อมองดูว่า ใครกันนะที่โทรเข้ามาตอนนี้

 

                 "......................." ลมหายใจผมเริ่มขาดหายไป เหมือนหัวใจมันอยากจะหยุดเต้น

 

                 หลังจากที่สติ เหมือนจะขาดหายไปสักครู่ ผมก็เริ่มได้สติและรับรู้ถึงโทรศัพท์ที่ยังคงส่งเสียงร้องสั่นอยู่ในอุ้มมือของผม

 

                "ตื๊ด...."

                "ฮัลโหล ครับ"     ผมตัดสินใจกดรับ พร้อมกับพยายามระมัดระวังคำพูดของตัวเอง

 

                "อื้มม แกโทรมาใช่ไหม"

                "โทดที ตอนนั้นเดินคุยอยู่กับเพื่อน เลยไม่ได้ยิน"   เธอพยายามอธิบาย

 

                "อ่อ ไม่เป็นไรๆ"  ผมบอกเธอไปอย่างนั้น แม้ในความเป็นจริงดูเหมือนมันจะไม่ใช่

 

                บทสนทนาระหว่างผมและเธอดำเนินต่อไปเรื่อยๆอีกสักระยะ

                พอจะสรุปความได้ว่า เธอกำลังกลับจากไปเดินห้างกับเพื่อนมา ซึ่งก็กลับมากับเพื่อนละนะ เพราะเพื่อนเธอมีรถ 

                แต่ผมก็ไม่รู้หรอกว่า เพื่อนของเธอคนนั้นเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ทั้งๆที่อยากรู้ แต่ผมก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถาม ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าหากเผลอเอ่ยปากถามออกไป สุดท้ายผมจะรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปหรือไม่ เพราะนั่นมันเป็น สิทธิ์ของเธอ...

 

               บทสนทนาของเรา ดำเนินไปด้วยคำถามจากเธอหนึ่งคำถาม นอกจากนั้นหน้าที่ในการถาม ก็ตกเป็นของผมอย่างไม่ต้องลังเลอะไร ผมถาม เธอตอบ หากผมไม่เอ่ยถาม เธอก็คงไม่ตอบและคงไม่คิดที่จะถาม หรือหากจะพูดให้ตรงกับที่ใจผมรู้สึก หากผมไม่ทำอะไรสักอย่าง เสียงลมหายใจของเธอ ผมคงได้ยินได้สัมผัสก็เพียงเท่านี้ เท่าที่เธอคิดว่ามันจำเป็นแล้วจริงๆ

 

                และก็ไม่นาน อย่างที่ได้คิดเอาไว้ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะรั้งเธอไว้ทำไม

                คำถามสุดท้าย ก่อนทุกๆอย่างในใจผม จะมืดดับลง...

 

               "อื้มม ต้องไปคุยกับเพื่อนก่อนไหม?"   อ้ายโง่เอ้ย เอ็งจะถามคำถามนี้ไปเพื่ออะไรกันว่ะ

 

               "อืมๆ งั้นไว้คุยกันใหม่นะ"  ... เสียงเธอตอบผมกลับมาสั้นๆ 

 

               "ครับ..."      ทุกอย่างรอบๆตัวเริ่มมืดดับลง เหลือไว้เพียงความเงียบ...

 

               "ตื๊ด...ตื๊ด...ตื๊ด..." หายไปแล้ว เธอหายไปอีกแล้ว แล้วเมื่อไหร่ เมื่อไหร่ลมหายใจของเธอ จะพัดลอยมาหาฉันอีก...

 

               ทุกๆอย่าง มันง่ายดาย ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น แต่ไม่รู้ทำไม ลึกๆในใจของผม ถึงยังมองหาคำตอบที่จะนำพาตัวเองไปสู่ความง่ายดายเช่นนั้นไม่ได้

 

               ทุกวันที่ผ่านมาผมพร่ำรอให้วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพื่อหวังให้คืนวันเช่นนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง วันที่ผมจะได้โอบกอดลมหายใจของเธออย่างแผ่วเบา ปล่อยให้เธอเคลื่อนไหวไปตามวิถีของเธอ และฉันจะโอบอุ่นไอนั้นไว้ โดยไม่ทำให้เธอต้องกังวลอะไรอีก เธอจะโบยบินอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า ที่จะมีฉันคนนี้เป็นสายลมที่จะคอยช่วยพยุงเธอขึ้นไป อย่างอบอุ่นใจ...

 

               ก่อนที่ทุกอย่างจะหายไป

               "ตื๊ด..."  ผมกดปุ่มวางสาย ขณะที่เสียงสัญญาณระหว่างเรายังไม่ขาดจากกัน

               ".................."   พลันหันไปเห็นชื่อที่ผมบันทึกไว้แทนชื่อเธออีกครั้ง

 

               "ฉันจะมีชีวิตเพื่อคิดถึงเธอ"  ผมเผลอพูดตามออกไปอย่างเบาๆ

 

                พลันหันกลับมายิ้มให้กับตัวเองอีกครั้ง

 

                นึกขึ้นมาในใจ...

 

                "เอ๊ะ หรือเมื่อกี้ เราจะลืมอะไรไป"

                "ลืมไป ว่าเราเป็นคนบันทึกชื่อนี้ให้กับเธอ..."

 

                "นั่นสินะ"

                "เพราะชีวิตฉัน มีไว้เพื่อคิดถึงเธอเท่านั้น...ไม่ใช่หรือ?"

 

 ...จิต จง ใจ...

edit @ 23 Jul 2010 22:33:18 by The Synapse

                     แหงนหน้าขึ้นมองหาเวลา เหมือนจะควานหานาฬิกา วอนให้ช่วยบอกเวลา ณ ขณะนี้
 
                     "เห้ย กี่โมงกี่ยามกันแล้วว่ะ"  ฉันพร่ำถามนาฬิกาอยู่ในใจ พลันหรี่ตาพยายามเพ่งมองหาเข็มนาฬิกาที่อยู่เหนือหัวขึ้นไป
 
                     "ตีสาม กับอีก... ครึ่งหนึ่ง" 
                     "เห้อ... จะหมดไปอีกวันแล้วเหรอว่ะ เร็วจริงๆ..." ฉันเอามือกุมหน้าผากอย่างเหน็ดหน่าย พร้อมกับสบทเล็กๆถึงชีวิตตัวอยู่ในใจ
 
                     สิ้นสุดบทสนทนาระหว่างฉันกับนาฬิกา ที่มีฉันเป็นผู้พูดอยู่ฝ่ายเดียว และดูเหมือนเจ้านาฬิกาจะทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดีอยู่เสมอ แม้ตลอดเวลามันเสมือนจะทำหน้าที่เป็นผู้พูดบอกเวลาอยู่ด้วยก็ตาม
 
                     ช่างมัน... เพราะนั่นมันเรื่องของนาฬิกา มีค่าแค่บางเวลาเท่านั้น...
 
                     น่าแปลก ที่ทุกวันนี้ชีวิตฉันเปลี่ยนไป นี่ละ ที่ฉันรู้สึก สำนึกได้
                     แต่ยังไงละ มันจะแปลกตรงไหน ในเมื่อนาฬิกาบนหัวของฉันมันไม่เคยหยุดแปรเปลี่ยน
 
                     ใช่ มันไม่เคยหยุดเดิน เว้นแต่มันจะ "ตาย"
 
                     แต่ทำไม ตอนนี้ฉันถึงรู้สึกอยากให้ทุกๆอย่างหยุดการดำเนิน อยากให้ทุกอย่างคงเดิม...
 
                     "นั่นสินะ ทำไมกัน" ฉันโพล่งพูดกับตัวเองออกมา อย่างไม่รู้ตัว
 
 
                     ".................."  หยุดพินิจคิดหาเหตุผลอยู่สักพัก
 
 
                     เหลือบมองไปหานาฬิกาเรือนเก่าอีกครั้ง
 
                     สายตาเหมือนจะสื่อให้นาฬิกาเผยยอมตอบ ดั่งที่มันเคยตอบบอกเวลาฉันทุกครั้งที่หันไปมอง
                 
 
                     "ช่างแตกต่าง" ใช่! ฉันสัมผัสถึงความแตกต่าง
 
 
                     ฉันไม่ได้คำตอบใดๆ จากนาฬิกา
 
                     "เอ๊ะ หรือนาฬิกาจะตายจากฉันไปแล้ว?" ฉันเผลอพูดเพ้อไปอย่างลอยๆ
 
                     หรือไม่
 
                     "ฉันก็เป็นคนตาย ที่กำลังนั่งมองนาฬิกา..."
 
 
                    
                      ติ๊ก..........ต็อก........
 
 
                      นาฬิกายังคงเดินหมุนไป....
 
 
 
 
 ...จิต จง ใจ...
                      

แปลก... แต่ดี

posted on 16 Jun 2010 17:51 by sad-but-true  in Another-part-of-me

               มันเกิดขึ้นบ่อยครั้ง... จนตัวผมเอง ไม่แน่ใจว่าจะเอาชนะมันได้

 

 

              อาจจะเป็นไปได้ ที่สักวัน ผมจะเป็นคนดี แบบที่ตัวผมเองรู้สึกว่าตัวเองนั้นดีแล้วจริงๆ

 

              หรือผมอาจจะเป็นเช่นมนุษย์ทั่วๆไป ที่ไม่รู้จักพอ...

                     "ใช่แล้ว เจ้าก็แค่มนุษย์คนนึง"

 

              ครั้งหนึ่ง... ผมเคยย้อนถามกับตัวเองว่า

                    "เฮ้ เมื่อไหร่จะเลิกทำอะไรแบบนี้เสียที เมื่อไหร่จะนำพาตัวเองถอยห่างออกจากสิ่งไม่ดีเหล่านี้สักที"

 

             แต่สิ่งที่ผมรู้สึกกลับมา คือ...

 

             แปลก ที่บางครั้ง ผมแยกแยะความแตกต่างของสิ่งที่ดีและไม่ดีไม่ออก...

             แปลก ที่บางครั้ง ผมบอกกับตัวเองอย่างง่ายๆว่า "ไม่มีหรอกสิ่งไม่ดี ถ้าเราเลือกที่จะไม่มอง และมันจะดีแน่นอน ถ้าเราเลือกจะมองให้มันเป็นแบบนั้น"

             แปลก ที่หลายครั้ง เรื่องราวที่ประดังเข้ามาเหมือนจะดี เหมือนจะเป็นแบบที่ผมต้องการ แต่แล้ว ผมก็ยังไม่เข้าใจ ที่สุดท้ายผมกลับรู้สึกอยากถอยห่างออกจากมันมาอย่างเงียบๆ

             แปลก ที่หลายครั้ง ท่ามกลางความเงียบ ความเวิ้งว้างว่างเปล่าของท้องฟ้าที่อยู่ไกลออกไปสุดสายตา ผมกลับเผยรอยยิ้ม รอยยิ้มที่บ่งถึงใจที่เป็นสุข

             แปลก ที่วันนี้ ผมมาอัพบล็อกของตัวเอง ที่ปล่อยทิ้งไว้อย่างเนิ่นนาน อีกครั้ง

             แปลก ที่วันนี้ ผมเดินทางมาถึงขีดจำกัดของการกระทำที่ไม่ดีของตัวเองอีกครั้ง

             แปลก ที่ตอนนี้ ผมเหมือนกับ คนที่กำลังกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

             แปลก ที่ตอนนี้ ผมกลับรู้สำนึก ทั้งๆที่เพิ่งทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเสร็จสิ้นไป...

                             มันก็เป็นดังทุกๆครั้งที่ผ่านมา

             แต่... ไม่แปลกหรอก หากว่า วันเวลาต่อจากนี้ ผมจะมานั่งลงแล้วกลั่นกรองความรู้สึกแบบนี้ออกมาอีก

 

             แต่... มันคงจะแปลกไม่น้อย หากว่าต่อไป ผมจะก้าวผ่านจนสามารถอยู่เหนือความต้องการของตัวเอง แข็มแข็งพอที่จะไม่ยอมให้ตัวเองอ่อนแอถึงเพียงนี้

ใช่ มันคงแปลก...  แต่ก็ดี... 

 

 ..........................................................

 

คุณรู้ไหม ว่าบางทีตัวเราก็มักเลือกหนทางที่ยากลำบาก ทั้งๆที่มีหนทางที่สบายให้เราเลือกเดิน

มันอาจจะเจ็บปวด จนต้องทรมานตัวเอง เมื่อไม่สามารถเลือกทางที่ดีได้ แม้ในใจต้องการให้ไปถึงปลายทางให้เร็วที่สุด

และคุณรู้ไหม บางครั้ง ผมก็เลวจนเกินกว่าที่จะตัดสินใจเลือกทางที่ดีในตอนแรก

ทั้งๆที่รู้ แต่ก็เหมือนมองดูไม่เห็น

ส่วนสิ่งที่มองเห็น ก็เหมือนตัวผมเอง ณ ตอนนั้นจะไม่รู้

ว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมควรจะทำ

ไม่ใช่ทางที่ผมควรจะเดิน

ไม่ใช่เรื่องเลย ที่จะเลือกเดินไปทรมานเช่นนั้น

ครั้งแล้วครั้งเล่า

และครั้งแล้วครั้งเล่า...

 

บางที การเห็นกรงจักรเป็นดอกบัว คงไม่ใช่ถ้อยคำที่คนเมื่อก่อนพูดให้คิดเล่นๆ

เพราะไม่ว่ายังไง ดอกบัวก็ยังคงเป็นดอกบัว

และกรงจักรก็คงไม่สามารถหยุดทิ่มแทงสิ่งที่เข้าใกล้มันไปได้

 

 

The Green Man


edit @ 16 Jun 2010 18:31:42 by The Synapse